November 29, 2020
การเลือกเทรนเนอร์

วิธีการเลือกเทรนเนอร์ อยากได้ครูสอนออกกำลังกายต้องเลือกดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว

วิธีการเลือกเทรนเนอร์ จากที่เคยเห็นตามสื่อโซเชียลหลายแหล่งเกี่ยวกับข้อถกเถียงเรื่องอาชีพครูฝึกส่วนบุคคล  หรือที่เรียกกันว่า “เทรนเนอร์”  ในช่วงทำเหมือนเดิมแต่ไม่เหมือนเดิม  ที่มีข่าวเรื่องมีกล้ามชัดก็เทรนได้แล้ว  เทรนออกกำลังกายจนลูกค้าได้รับบาดเจ็บบ้าง  ผิดลักษณะการฝึกบ้าง  แต่สิ่งที่เกิดปัญหามากที่สุดนั่นก็คือ  ความน่าเชื่อถือของอาชีพเทรนเนอร์  และข้อถกเถียงระหว่างองค์ความรู้  ศักยภาพของเทรนเนอร์ที่อบรมวิชาชีพระยะสั้นตามสถาบันอบรมอาชีพเทรนเนอร์โดยเฉพาะ  และเทรนเนอร์ที่จบวิทยาศาสตร์การกีฬาโดยตรงยังคงเป็นปัญหาต่อสายงานและความปลอดภัยของลูกค้า

วิธีการเลือกเทรนเนอร์ ว่าคนนี้มีความมืออาชีพมากน้อยแค่ไหน

มีเคล็ดลับอยู่  5  อย่างในการเลือกคนที่จะมาสอนออกกำลังกายให้เรา  ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถใช้สำหรับลูกค้าที่มองหาเทรนเนอร์ที่ทำอาชีพแบบประจำและทำแบบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์)  ว่าจะเทรนเรายังไงให้เป็นมืออาชีพ  ไม่ทำให้เราได้รับอันตรายในภายหลัง  มีวิธีเลือกดังนี้

วิธีการเลือกเทรนเนอร์
  1. เลือกเพราะบุคลิกและความน่าเชื่อถือของความรู้

อาชีพเทรนเนอร์นอกจาก  First  Impression  ที่ทำให้ประทับใจนั้น  สิ่งที่ควรมีนั่นคือเขามีความรู้จะสอนเรา  เซฟเราแบบไหนถึงจะปลอดภัย  และการวางตัว  แนวคิดของเทรนเนอร์ถูกต้องตามขอบเขตวิชาชีพหรือไม่  เพราะหัวใจสำคัญของการเทรนไม่ใช่แค่หุ่นดีอย่างเดียว  แต่ต้องดูว่าการจัดวางท่า  การให้คิว  การสาธิต  การเทรนตรง Target ของลูกค้า  รวมไปถึงการระมัดระวังการบาดเจ็บของลูกค้า  อันนี้ถือว่าสำคัญมากเลยล่ะ

  • เทรนเนอร์คนนี้ต้องไม่มีประวัติเสีย

ต่อให้มีประสบการณ์ด้านอาชีพมากแค่ไหน  ผ่านอบรมสถาบันใดมา  อายุการทำงานกี่ปีไม่สำคัญเลย  ถ้าเทรนเนอร์คนนั้นมีประวัติเสีย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับเทรนตามสื่อต่างๆ  ในโซเชียลมีเดีย  บางคนอาจจะให้ข้อมูลที่บิดเบือน  เช่น  แนวคิดเรื่องลดเฉพาะส่วนได้  เหงื่อจะกลายเป็นไขมัน  ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง  คนที่สงสัยมีโอกาสขุดคุ้ยได้ถ้าไม่ชอบมาพากล  หรือมีเรื่องคดีร้ายแรง  เช่น  ล่วงละเมิดทางเพศ  ลักทรัพย์  หรือมีลักษณะไปในทางชู้สาว  ถ้ามีประวัติเสียแล้วกลับมากู้ยาก  ไม่สามารถประกอบวิชาชีพตามเดิม

  • แยกแยะเรื่องส่วนตัวได้ไหม

งานทุกงานควรรู้เวลาการจัดการตนเอง  สิ่งที่เทรนเนอร์ไม่ควรทำในอาชีพของตนเลยคือ  ติดโทรศัพท์  มัวไปทำเรื่องของตนเองอยู่  ชีวิตมีแต่ความเศร้า  น้อยเนื้อต่ำใจตลอดเวลา  อารมณ์ฉุนเฉียว  หรือพูดจาเหวี่ยงใส่ลูกค้าด้วยความไม่พอใจ  เมื่อเกิดขึ้นแบบนี้ลูกค้าสามารถโบกมือลาได้ทันที  เนื่องจากอาชีพเทรนเนอร์  เป็นอาชีพบริการ  ควรมี  Service Mind  ให้มากๆ  ควบคู่กับพัฒนาตัวเองตามมา

วิธีการเลือกเทรนเนอร์ อย่างไร
  • ยกตนข่มท่านหรือไม่

ถ้าเป็นการแนะนำ  ให้ความรู้ทั้งคนรู้จักออกกำลังกายและคนไม่เคยออกกำลังกาย  สามารถแชร์ความรู้ให้กันได้  แต่คนที่ยกตนข่มท่าน  ถืออัตตาในตนเอง  มีไม่น้อยที่ทำไปโดยไม่เจตนา  ยกตนว่าเด่นกว่าคนอื่น  ทับถมเพื่อนในวิชาชีพด้วยกันไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำกับอาชีพอิสระ  ถือว่าคนเป็นเทรนเนอร์ไม่ควรทำอย่างยิ่ง  เพราะจะเป็นการสร้างความหมั่นไส้ให้กับเพื่อนร่วมงาน  หรือทำให้ลูกค้าเริ่มไม่ชอบใจจนไม่รู้ว่าเขาจ้างคุณมาสอนหรือจ้างให้คุณมาอวด

  • รับผิดชอบเราได้หรือไม่

ในข้อนี้เป็นวิธีเลือกที่สำคัญมากในการเลือกเทรนเนอร์  อาจจะถามแบบลองใจดูว่าถ้ามีอาการบาดเจ็บก่อนจะมาแต่อยากออกกำลังกาย  จะต้องทำยังไงบ้าง  ซึ่งควรให้ทั้งคำแนะนำและการรับผิดชอบต่อลูกค้าควบคู่กัน  ถ้าเกิดการบาดเจ็บ  เราจะจัดการกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไรอย่างมืออาชีพ  และลูกค้าประทับใจที่สุด

การเลือกเทรนเนอร์

การเลือกเทรนเนอร์สำหรับลูกค้า  ก็เป็นแนวทางในการตัดสินใจทางด้านความปลอดภัย  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องดูองค์ความรู้ของเทรนเนอร์ว่าเขาสามารถแนะนำอะไรได้บ้าง  เทรนอย่างปลอดภัย  สนุกสนานและมีความสุขหรือไม่  อาชีพเทรนเนอร์ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นครูฝึกออกกำลังกายโดยเฉพาะ  แต่ครูฝึกที่ดีต้องมีจรรยาบรรณเพื่อดูแลลูกค้าจนกระทั่งได้ผล  ไม่ใช่แค่ให้จบคอร์สอย่างเดียวเพื่อสื่อถึงการรู้หน้าที่  หากครูฝึกสอนดี  เราแทบไม่ต้องขายแบบจัดหนักเลย  เราสามารถเอาความเชื่อมั่นของลูกค้าเข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มเครดิตให้ตนเองได้เช่นกัน เว็บแนะนำอาชีพ งานอดิเรก ที่คุณไม่ควรพลาด อาจทำเงินให้คุณจะลืมงานประจำก็ได้