October 23, 2020
คนซื้อ Selling3

20 เทคนิคทำยังไงให้ได้ใจ คนซื้อ

คนซื้อ เวลาเราจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม  เราก็อยากให้ยอดขายเป็นไปตามเป้า  แต่ก็มีบางธุรกิจที่ทำยังไงก็ไม่โดนใจลูกค้าสักที  ไม่ว่าจะเรื่องการโน้มน้าวใจก็แล้ว  พยายามปิดลูกค้าให้ได้ก็แล้วแต่ก็ยังเงียบอยู่  ซ้ำร้ายลูกค้าบอกกันในทางไม่ดีอีก  จึงเป็นปัญหาโลกแตกมากพอสมควรในการที่จะลงมือ  และต่อยอดให้ได้เรื่องราว  แต่สิ่งที่คนขายสินค้ายังขาดมากในจุดนี้นั่นก็คือ  จิตวิทยา  เพราะโน้มน้าวอย่างเดียวไม่พอ  เดี๋ยวจะจับโป๊ะว่าหลอกให้ซื้อหรือเปล่า  ในบทความนี้จะมาไขข้องใจใน  20  สุดยอดเทคนิคจิตวิทยาในการขาย  ว่ามีเทคนิคยังไงให้ได้ใจลูกค้า  หรือมีเทคนิคยังไงให้ลูกค้าติดเรา

20 เทคนิค โน้มน้าวใจ คนซื้อ เพื่อเพิ่มยอดขาย

คนซื้อ Selling2
  1. ทำให้การสื่อสารสัมพันธ์กัน  –  การใช้จิตวิทยานั้น  อันดับแรกเราต้องพูดให้ตรงกับคำถามที่จะสื่อเพื่อทำให้การสื่อสารตรงกัน  ถ้าเขาเข้าใจในสิ่งที่เราเสนอและเขาได้รับในสิ่งที่ต้องการ  ซึ่งถ้าทำได้ถือว่าสอบผ่านเลย
  2. ทำให้เขาอยากรู้อยากเห็น  –  หากลูกค้ามีข้อสงสัยควรทำให้เขารู้สึกอยากรู้  อยากทำความรู้จักกับสินค้าที่เราต้องการอยากให้พูดถึงว่ามีประโยชน์ยังไง  ใช้งานยังไง  ดูแลยังไง  การจัดส่งส่งทางไหน  การจ่ายเงินผ่านช่องทางไหน  ถ้าทำให้เขาเข้าใจเรื่องคุณค่ามากกว่าเงิน  เขาอยากสนใจกับมันต่อ
  3. เจาะจงให้เป็น – คุณขายอะไร  แล้วมีความรู้ทางด้านไหนเป็นพิเศษ  ที่จะตอบคำถามได้ลึกขึ้น  อธิบายสรรพคุณของมันได้ไหมและสามารถระบุให้เห็นข้อดีข้อเสีย  และจุดเด่นของคุณคืออะไร  ทำไมเราต้องซื้อของคุณ  ซึ่งควรเจาะจงข้อนี้ให้ได้  เพื่อจะได้รู้ว่าคุณมีความรู้ในสิ่งที่จะขายจริงๆ
  4. จัดการความขัดแย้งให้ได้ – ในกรณีที่เหวี่ยง  ไม่ควรไปเหวี่ยงลูกค้าต่อ  เพราะจะลดเครดิตที่มีลงไป  แต่ถ้าลองหาทางวิธีพูด  แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างชำนาญ  สันติวิธี  ปัญหาความขัดแย้งจะเบาลง  การประนีประนอมจะเพิ่มขึ้น  ทำให้เราได้ฝึกประสบการณ์ไปในตัว
  5. สร้างความน่าเชื่อถือ – คุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าถูกกฎหมายไหม  มีตัวตนชัดเจนไหม  ช่องทางติดต่อไม่มีประวัติโกง  หรือประวัติเสื่อมเสียที่ทำลายความน่าเชื่อถือไหม  สิ่งที่สำคัญก็คือการรักษาภาพพจน์ของเราไม่ให้เสียหาย  หรือถ้ามีวิจารณ์ในทางไม่ดีก็ให้มีน้อยที่สุด
  6. ใช้หลักฐานทางสังคม – ในกรณีรีวิวสินค้าสามารถใช้ผล  Before&After  เพื่อเพิ่มความเป้นไปได้จริงในการขาย  ถ้ามีคนรีวิวมากเท่าไหร่  เราจะมีโอกาสพัฒนาธุรกิจได้มากขึ้นเท่านั้น
  7. เรียกร้องความกลัว – เราต้องเรียกร้องความกลัวในใจให้ออกไป  ในการทำธุรกิจไม่มีคำว่าแพ้หรือชนะ  แต่มีเพียงคำว่าคุณจะทำหรือไม่ทำ  ถ้าคุณจะทำขอให้สลัดความกลัวทิ้ง  และปรับเทคนิคของตนเองเพื่อทำให้ธุรกิจเป็นที่เห็นชัดในสายตาลูกค้าและบริการให้เข้าถึงขึ้น
  8. แผ่พลังงานให้เห็น – ทำให้เขารู้สึกว่าร้านนี้เป็นร้านที่  “ต้องซื้อ…ถ้าไม่ซื้อเราต้องพลาดแน่ๆ”  เพราะนี่คือเป็นการแผ่พลังงานให้ลูกค้ามีแรงดึงดูดเข้ามาหาเราตามหลักการ  NEEDS  ทำให้เราเป็นคนที่น่าสอบถามรายละเอียด  น่าอุดหนุนต่อเมื่อสินค้าได้รับผลดี  และกลับมาใช้ซ้ำต่อ
  9. ซื่อสัตย์  –  ซื่อกินไม่อด…คดกินไม่นาน  คำนี้ยังไม่เชยไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี  ถ้าเราซื่อสัตย์ต่อลูกค้า  ไม่ว่าจะมากหรือจะน้อยลูกค้าก็ต้องกลับมา  แต่ถ้าเราไม่มีความจริงใจ  โกหกตั้งแต่แรก  จนความเชื่อมั่นที่มีหายไปในที่สุด  และร้านจะเงียบเหงาจนขายไม่ออก  อย่าลืมว่าซื่อสัตย์กับเราและลูกค้าสำคัญมาก
  10. เสมอต้นเสมอปลาย – การถามไถ่ลูกค้าหลังการขายก็สำคัญ  เช่น  การรับประกันสินค้า  การชี้แจงเรื่องความปลอดภัย  เพราะมีผลในเรื่องการเอาใจใส่และการสร้างการกระตุ้นอยากกลับมาใช้ซ้ำอีก
  11. ใช้ความรู้สึก  ไม่ใช้เหตุผล – เพราะบางทีการใช้เหตุผลที่จ๋าจนเกินไป  ลูกค้าก็เบื่อได้  ลองชวนคุย  ใช้ความรู้สึกเฟรนลี่  สนุกสนานดู  เพราะจะเป็นการเพิ่มความประทับใจจากการสนทนาไม่ว่าช่องทางใดก็ตาม  หรือลองใช้เหตุผลสลับกับความรู้สึก  จะได้เข้าถึงความต้องการง่ายขึ้นอีกด้วย
  12. ใช้ตัวเลือกให้น้อยลง – ตัวเลือกไหนไม่สำคัญ  อยากให้ตัดออกไป  เหลือเพียงตัวเลือกที่สำคัญๆ  เพื่อพัฒนา  ต่อยอด  และลดความยุ่งยากลงไป
  13. คุณค่าของ  Value Beats Price  –  อาจจะมีโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการขายไปในตัว  หรือมีการพูดในเรื่องคุณค่าของราคา  ระหว่างตนเองกับคู่แข่งทางการตลาด  ถ้าเรามีช่วงโปรโมชั่นลดราคา  ลดแลกแจกแถมจะเป็นการกระตุ้นการขายมากขึ้นอีกทาง
  14. การห่อก็สำคัญ  –  การห่อสินค้า  ห่อพัสดุ  ถ้าห่อไม่ดี  ลูกค้าก็ไม่ประทับใจที่จะซื้อต่อ  เพราะไม่รู้ว่าของจะเสียก่อนที่จะถึงมือเราไหม  ฉะนั้นไม่ว่าจะขายอะไร  ควรป้องกันสินค้าให้ดีก่อนที่จะส่ง  หรือระบุไปตรงๆ ว่า  อย่าทำให้แตก  หรือของสำคัญเพื่อป้องกันการถูกทำลาย
  15. สร้างความมั่นใจ –  ความมั่นใจควรเริ่มที่เราก่อน  ไม่ใช่ว่าให้คนอื่นมั่นใจในเรา  เพราะถ้าเรามั่นใจในตัวเราเอง  เราจะคิดไอเดียในการออกแบบ  การสร้างจุดเด่นเพื่อตรงโจทย์เราและเขา  และมีความเป็นตัวของตัวเอง  แล้วนี่เองสามารถทำยอดขายได้ดีขึ้นตามมา
  16. สร้างประโยชน์ให้โดดเด่น – ประโยชน์ของสินค้าคุณคืออะไร  แล้วเราจะได้อะไรจากของคุณ  เราต้องสร้างประโยชน์ที่ได้รับในเรื่องจุดเด่น  และข้อดีของเราโดยไม่ทับถมใคร  และทำให้เขามองภาพรวมว่าถ้าได้ผลดี  ลูกค้าจะบอกต่อๆ  กับลูกค้าท่านอื่นได้
  17. เข้าใจว่ามนุษย์ก็เห็นแก่ตัว – ทุกคนย่อมมีความอยากได้นั่นได้นี่  ซึ่งเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว  เราควรใช้สิ่งนี้ให้เกิดประโยชน์ในทางบวกมากที่สุด  เพื่อตอบสนองความต้องการไม่สิ้นสุดในการขายของเรา
  18. ใช้เหตุผลตัดสินใจข้อเท็จจริง – เราควรมองภาพตามเหตุและผลในการตีตลาดว่าตลาดต้องการอะไร  สิ่งที่เราขายตอบโจทย์ตลาดไหม  จะล้นตลาดไปหรือเปล่า  ไม่ว่าจะของเราเองหรือของใคร  ไม่ใช่อวยฝั่งใดฝั่งหนึ่งจนเกินเหตุ  เพื่อมองสภาพความเป็นจริงจากข้อเท็จจริง
  19. ปลุกระดมซึ่งกันและกัน – ใครว่าใจแลกใจไม่สำคัญ  ธุรกิจบางตัวอาจจะมีระบบตัวแทน  และการสอนวิธีการใช้จิตวิทยาเพื่อปลุกระดมซึ่งกันและกันในกลุ่มค้าขาย  ในธุรกิจของตนเอง  การสร้างขวัญกำลังใจที่ดี  จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจเราเดินหน้าราบรื่น  บนพื้นฐานความเป็นไปได้  ไม่ใช่เพ้อฝัน
  20. ต้องเข้าใจว่าคุณไม่สามารถบังคับได้  –  ทุกอย่างมันนอกเหนือการควบคุม  ในเมื่อยากเกินควบคุมขอแค่ปล่อยมันไป  แล้วมาจัดการในสิ่งที่ทำได้  และไม่เกินกำลังจนเราเหนื่อยเกินไปดีกว่า  เช่น  มีลูกค้าแซะเรา  เราแค่ปล่อยให้เขาพูดไป  ทำหน้าที่ของเราให้ดีเพื่อที่ลูกค้าคนอื่นจะได้เข้าถึง  จูนกับเราติด  เดินหน้าต่อไป
คนซื้อ Selling1

เมื่อเราได้เห็นเทคนิคการใช้จิตวิทยาแล้ว  เราจะรู้เลยว่ามันไม่ได้ยากและเราเข้าใจง่ายในการทำธุรกิจ  ผู้เขียนหวังว่าสิ่งที่ได้นำเสนอลงไปจะเป็นแนวทางที่ดีไม่มากก็น้อย  ขอแค่เราดูทิศทางลมให้เป็น  มองใจเขาใจเราให้ออก  และเชื่อมั่นในตัวเราให้เป็น  เพียงเท่านี้ก้จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจแล้วค่ะ

ลองเข้ามาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวอาชีพได้จาก เว็บแนะนำอาชีพ

หรือบทความดีๆเกี่ยวกับอาชีพ อาชีพเสริม

ข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อพฤติกรรมคนซื้อรถเปลี่ยนไป